เป็นคำถามที่ซับซ้อนที่โรงเรียนสอนว่ายน้ำและครูผู้สอนมักถูกถามจากพ่อแม่เสมอ คำตอบนั้นตรงไปตรงมามาก คือ ?ไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอน? และ คำจำกัดความของคำว่า ?ว่ายได้? ของคุณพ่อคุณแม่แต่ละท่านคืออะไร สำคัญมากที่พ่อแม่ควรปล่อยให้การเรียนว่ายน้ำนั้นเป็นไปโดยธรรมชาติ และเป็นกระบวนการที่มีความสุข สนุกสนาน ธรรมชาติของเด็กทุกคนจะเริ่มตั้งจุดหมายของตนไว้เอง โดยเฉพาะเมื่อมีการเรียนร่วมกับเพื่อนๆ พ่อแม่ต้องไม่เปรียบเทียบลูกของตัวกับเด็กคนอื่นๆ และต้องไม่ผลักไสจุดหมายของตัวเองให้กลายเป็นจุดหมายของลูกแทน เด็กๆจะเรียนรู้ผ่านการใช้ตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง (Child Centered) ไม่ใช่พ่อแม่ (Parents Centered) หรือทักษะเป็นศูนย์กลาง (Skill Centered)

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลไม่เพียงต่อความก้าวหน้าและการพัฒนาของทักษะการว่ายน้ำของเด็ก แต่ยังทำให้เราตระหนักได้ว่ามันควรหรือไม่ที่จะคาดหวังให้ลูกของท่านมีทักษะการว่ายน้ำที่เหนือชั้นหรือ Stroke ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ปัจจัยเหล่านี้ได้แก่
1.อายุของเด็ก (Chronological age)
2.พัฒนาการด้านร่างกาย (Physical development)
3.พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ (Motor skill development)
4.พัฒนาการด้านสติปัญญา (Cognitive development)
5.พัฒนาการด้านอารมณ์ (Emotional development)
6.ระยะเวลาของการฝึกฝนในน้ำ (Practice time in water) ได้แก่ ความถี่ในการเรียนว่ายน้ำ เช่นกี่วันต่อสัปดาห์? กี่สัปดาห์ใน 1 ปี?

เด็กส่วนใหญ่จะมีความพร้อมที่จะเรียนว่ายน้ำโดยไม่ต้องมีผู้ปกครองลงน้ำด้วยเมื่ออายุเกิน 4 ปี ขึ้นไป เด็กๆจะสามารถเข้าใจ สื่อสารได้ดี และปฏิบัติตามคำสั่งของครูได้ และมีความเป็นอิสระมากพอที่เรียนรู้ด้วยตนเองได้แล้ว ที่ BABY POOL เราจะเริ่มจากการเรียนทักษะการช่วยเหลือตนเองในน้ำ (Survival Skill) ก่อน เพื่อให้เด็กสามารถอยู่ในน้ำได้โดยปลอดภัย อันได้แก่ การควบคุมการกลั้นหายใจ (Breath Control) อย่างถูกต้อง ซึ่งนับเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากสำหรับการเรียนว่ายน้ำ รวมถึงการลอยตัว การว่ายท่าลูกหมาตกน้ำ (Doggy Swim) และการพลิกตัวจากคว่ำเป็นหงายและหงายเป็นคว่ำ

เมื่อเด็กๆพร้อมแล้วที่จะเริ่ม Stroke Development จะเริ่มต้นจากท่าฟรีสไตล์ (Freestyle) และกรรเชียง (Backstroke) ขั้นพื้นฐานก่อน ว่ายน้ำเป็น Multi Skill คือต้องมีการประสานกันของแขน ขา การหายใจ และ Body Position ดังนั้นระยะเวลาที่เด็กแต่ละคนจะประสานทักษะต่างๆเหล่านี้เข้าด้วยกันจะต่างกัน การทำซ้ำ (Repetition) คือกุญแจของความสำเร็จของการเรียนว่ายน้ำ ดังนั้นความสม่ำเสมอของการเรียนจะช่วยให้พัฒนาเร็วขึ้น ส่วนใหญ่เด็กๆจะเริ่มว่าย 2 ท่านี้ได้ในเวลาประมาณ 6 เดือน - 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุของเด็กด้วย
จากนั้นจะพัฒนาสู่ท่ากบ(Breaststroke) ท่ากบเป็นการเตะขาที่แตกต่างจากท่าอื่นๆ เด็กหลายคนใช้เวลานานในการเรียนรู้ท่านี้ แต่บางคนเพียงแค่เวลาสั้นๆก็เข้าใจและว่ายได้อย่างถูกต้องแล้ว ผีเสื้อ (Butterfly) เป็นท่าที่ยากที่สุดสำหรับเด็กหลายคน อายุของเด็กที่เริ่มเรียนท่านี้มีส่วนอย่างมาก เนื่องจากผีเสื้อเป็นท่าที่ต้องอาศัยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลายส่วน การพัฒนาทางกายภาพจึงมีส่วนสำคัญ แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กที่อายุน้อยจะว่ายท่านี้ไม่ได้ ด้วยเทคนิคที่ดีของครูผู้สอน เด็กจะสามารถพัฒนาร่างกายเพื่อฝึกท่าผีเสื้อนี้ไปเอง และจะ Fly ได้ในที่สุด เด็กส่วนใหญ่จะใช้เวลาอีก 6 เดือน - 1 ปีเพื่อฝึกว่ายท่ากบและผีเสื้อ ตลอดระยะเวลาที่เขาฝึกว่ายท่าพื้นฐานทั้ง 4 ท่าจะสร้างความมั่นใจให้เขาอย่างมาก การเรียนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนๆ จะทำให้เด็กๆสนุกกับการมาเรียนว่ายน้ำ เด็กหลายคนไม่อยากว่ายน้ำด้วยซ้ำถ้าเพื่อนๆในกลุ่มไม่มาเรียน เมื่อเด็กๆมีพื้นฐานที่ดีทั้ง 4 ท่าแล้ว ก็พร้อมที่จะฝึกว่ายน้ำแบบ Advanced ได้แล้ว

การเรียน Advanced Swimming ในเด็กอาจจะใช้เวลาอีก 1-2 ปี เด็กๆหลายคนจะสามารถต่อยอดไปฝึกว่ายน้ำเพื่อการแข่งขัน (Competitive Swimming) ได้เลย ทั้งนี้ขึ้นกับความชอบและการสนับสนุนของครอบครัวด้วย

Written by: Saman, Swimming Coach and Ratabongkot S. @ BABY POOL Thailand
เรียบเรียงโดย: MaxFin @ BABY POOL Thailand

การตรวจวัดคุณภาพน้ำที่ BABY POOL (ตอนที่ 1)

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักกังวลเวลาพาน้องมาเรียนว่ายน้ำ คือ กลัวว่าน้องจะไม่สบาย ติดเชื้อ และอื่นๆอีกมากมาย สิ่งที่ BABY POO...

Read More

อะไรคือพื้นฐานที่สำคัญของหลักสูตรการเรียนว่ายน้ำที่ BABY POOL

การเรียนว่ายน้ำในทารกและเด็กเล็กเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านล้วนทราบดีว่าเด็กๆมาเรียนแล้วจะสนุกสนานและ...

Read More

10 เหตุผลดีๆที่เราควรพาสอนทารกและเด็กเล็กไปเรียนว่ายน้ำ

1. เด็กแรกเกิดและทารกที่อายุน้อยกว่า 1 ปี พร้อมที่จะยอมรับน้ำได้มากกว่าเด็กโต ความกลัวน้ำจะเกิดเมื่อเด็กอายุมากขึ้น ยิ่...

Read More